อาหารเืพื่อสุขภาพ...ยำตะไคร้...


                              สำหรับเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ วันนี้มีชื่อว่า   ยำตะไคร้  ซึ่งในเมนูอาหารเพื่อสุขภาพจานนี้มีส่วนประกอบของพืชผักสมุนไพรที่เด่นๆ คือตะไคร้ ที่มีสรรพคุณทางยา ช่วยขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยให้เจริญอาหาร ส่วนใบชะพลูนั้นมีวิตามิน เกลือแร่ต่าง ๆ มีแคลเซียม และ เบต้าแคโรทีนด้วย เห็นประโยชน์มากมายอย่างนี้แล้วจะช้าอยู่ใย รีบเดินเข้าครัวกันดีกว่า


                






























          
เมื่อเตรียมส่วนผสมกันครบหมดแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนลงมือทำยำตะไคร้ใบชะพลูที่ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่นำตะไคร้ซอยละเอียด หอมแดงซอย และพริกขี้หนูซอย มาคลุกเคล้ารวมกัน แล้วก็ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะนาว แล้วก็คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกที ชิมรสชาติให้ถูกปาก แต่ให้ออกเปรี้ยวนำสักเล็กน้อย    พร้อมตักใส่จานที่รองไว้ด้วยใบชะพลู แล้วก็นำปลาหมึกแห้งทอด กุ้งแห้งทอด และถั่วลิสงทอด มาโรยหน้าอีกที เป็นอันว่าเสร็จสรรพเรียบร้อยได้กินยำตะไคร้หอมๆ แกล้มกับใบชะพลู เคี้ยวกร้วมทั้งคำรสชาติมันปาก แถมยังดีต่อสุขภาพ เพราะว่าได้กินสมุนไพรหลายอย่างที่มีคุณค่าต่อร่างกาย
    

อาหารชีวจิต..ยำเต้าหู้อ่อน



                        เมนู  อาหารชีวจิต อีกหนึ่งเมนูกับผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากถั่ว  “ยำเต้าหู้อ่อน”  คุณค่าทางโภชนาการมีมากมาย  เหมาะสำหรับทุก ๆ คน วิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากอะไร  มาดูส่วนผสมกันก่อนดีกว่าค่ะ....

ส่วนผสม
เต้าหู้ชนิดอ่อน
เนื้อหมูสับ
วุ้นเส้น (แช่น้ำพอนุ่มลวกสุก)
ตะไคร้  หอมแดง  ขิง  ใบมะกรูด  นำมาซอย
พริกขี้หนูซอย
น้ำปลา
น้ำมะนาว
น้ำตาลทรายหรือน้ำตาลปี๊บแล้วแต่ชอบ
ใบสะระแหน่สำหรับโรยหน้า

                     มาเริ่มลงมือทำอาหารชีวจิตกันดีกว่า...เริ่มต้นจากการนำหมูสับใส่หม้อ  เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำปลา แล้วยกตั้งไฟคนจนให้เนื้อหมูสุก  พักไว้ให้เย็นก่อน  หลังจากนั้นต้มน้ำเปล่าพอเดือด  ใส่เต้าหู้อ่อนลงไปต้มประมาณ  5  นาที  ตักขึ้นและพักให้สะเด็ดน้ำหั้นเป็นชิ้น  ต่อมาเริ่มทำน้ำยำกันโดยนำน้ำปลา  น้ำมะนาว  น้ำตาลทรายหรือน้ำตาลปี๊บ พริกขี้หนูซอยคนให้เข้ากัน  น้ำยำรสชาติเอาตามใจที่เราชอบนะค่ะ  หลังจากนั้นใส่หมูสับ เต้าหู้ วุ้นเส้นที่ลวกสุกไว้  ตามด้วยตะไคร้  หอมแดง  ขิงซอย ใบมะกรูดซอย  และน้ำยำคลุกเคล้าให้เข้ากันแบบเบา ๆ ตักใส่จานโรยหน้าด้วยใบสะระแหน่  แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ  พร้อมเสริฟให้กับทุกคนได้เลยค่ะ.....

อาหารชีวจิต...เต้าหู้สอดไส้หมูสับเจ...



            เมนูอาหารชีวจิต  วันนี้ขอแนะนำเมนู  เต้าหู้สอดไส้หมูสับเจ   เต้าหู้แข็งเป็นผลิตภัณฑ์ของถั่วเหลืองซึ่งมีคุณค่าทางสารอาหารและโภชนาการมากเช่นกัน  ซึ่งเป็นโปรตีนจากพืชที่มีเท่า ๆ กับเนื้อสัตว์  เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์   ประเภทอาหารมังสวิรัติหรืออาหารเจ   เต้าหู้สามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายและไม่ขาดสารอาหารแน่นอน......มาดูถึงส่วนผสมการทำ  อาหารชีวจิต  เมนูนี้กันดีกว่า...

ส่วนผสม
เนื้อหมูเจ   กุ้งเจสับละเอียดพอประมาณ            
รากผักชี   กระเทียม  พริกไทย (โขลกละเอียด)
เต้าหู้แข็งสีขาว  2  แผ่น
ไข่ไก่  2  ฟอง
แป้งข้าวเจ้า
น้ำปูนใส
เกลือป่น
ซีอิ๊วขาว
น้ำตาลทรายแดง
ซอสเห็ดหอม
น้ำมันพืช   น้ำจิ้มบ๊วย  และผักสลัดตามชอบ

          เริ่มลงมือทำกันเลยค่ะ...เริ่มต้นจากการเตรียมไส้โดยผสมเนื้อหมูเจ  กุ้งเจสับละเอียดกับกระเทียม  พริกไทย  รากผักชีที่โขลกไว้   ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว  ซอสเห็ดหอม  ไข่ไก่  1  ฟอง  น้ำตาลทราย  นวดให้เข้ากันพักไว้  5-10  นาที  

2.  นำแป้งข้าวเจ้า  ไข่ไก่ที่เหลือ  เกลือป่น  น้ำปูนใส  คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน  พยายามอย่าให้แป้งเป็นเม็ดนะค่ะ

3.  นำเต้าหู้ขึ้นนึ่ง 5 นาที  พักไว้ให้เย็นหั่นให่ได้ 6 ชิ้น ต่อ 1  แผ่น  ตัดเอาเนื้อเต้าหู้ตรงกลางออก  นำส่วนผสมไส้ที่หมักไว้ใส่ตรงกลาง  ทำเช่นนี้จนเสร็จและพักไว้ก่อน

4.  ใส่น้ำมันพืชในกระทะตั้งไฟกลางพอร้อน   นำเต้าหู้ชุปแป้งที่เตรียมไว้ลงทอดให้มีสีเหลืองทอง

5.  จัดเต้าหู้ทอดและผักสลัดใส่จานให้สวยงาม  เสริฟ์พร้อมกับน้ำจิ้มบ๊วย  แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ....

                  

ปลาทับทิมทอดสมุนไพร..อาหารเพื่อสุขภาพ



                          สำหรับเมนูอาหารเพื่อสุขภาพวันนี้ที่อยากจะแนะนำกัน คือ  “ปลาทับทิมทอดสมุนไพร”  อาหารเพื่อสุขภาพสำหรับทุกคนในครอบครัว  ทำกันง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากอะไรแต่สิ่งที่ได้รับช่างมีคุณค่าและประโยชน์มากมาย  เรามาดูส่วนผสมในการทำเมนูอาหารเพื่อสุขภาพจานนี้กันดีกว่า....

ปลาทับทิม                               1  ตัว
มะนาว   ขิง  มะม่วงดิบ  นำมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ
ตะไคร้ซอยฝอยแช่ในน้ำมะนาว
พริกขี้หนูซอย
ใบมะกรูดหั่นฝอย
ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ
เกลือป่น
น้ำมันพืช

ส่วนผสมน้ำยำ
น้ำพริกเผา                               1  ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก                       2  ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปิ๊บ                                2  ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา                                     2  ช้อนโต๊ะ

                  เมื่อเตรียมส่วนผสมต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วมาลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ  เริ่มจากขอดเกล็ดปลาควักไส้ออกล้างให้สะอาดพักให้สะเด็ดน้ำบั้งปลาและทาเกลือป่นให้ทั่วตัว

2.  ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชให้ร้อนจัด  ใส่ปลาทับทิมลงไปทอดให้เหลืองกรอบทั้ง 2 ด้าน  ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

3.  ผสมส่วนผสมน้ำยำทั้งหมดเข้าด้วยกัน  นำไปเคี่ยวให้ข้นพักไว้ให้เย็น

4.  นำส่วนผสมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นมะนาว  ตะไคร้  พริกขี้หนู  ขิง  มะม่วง  หอมแดง  และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์คลุกเคล้าให้เข้ากัน

5.  นำปลาทับทิมที่ทอดไว้ใส่จาน  ราดด้วยน้ำยำให้ทั่ว  โรยด้วยส่วนผสมที่คลุกเคล้าไว้  นำใบมะกรูด  ผักชีฝรั่งและใบสะระแหน่  ตกแต่งให้สวยงาม  แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยพร้อมเสริฟได้เลยค่ะ...

ทำอย่างไรให้สุขภาพ....สมองดีกันดีกว่า...


            ทำอย่างไรให้สุขภาพแข็งแรง  ในวันนี้เรามีเคล็ดลับการมีสมองดีทําอย่างไรมาฝากกันค่ะ การมีสมองที่ดีก็เท่ากับชีวิตนี้เราไม่ต้องการอะไรอีกแล้วเพราะคนเราทุกคนไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องใช้สมองเป็นอย่างแรก แต่การที่จะทำให้สมองเราดีอยู่ตลอดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและสำหรับใครหลาย ๆ คนที่ชอบตั้งคำถามว่า สมองดีทําอย่างไร? วันนี้เราก็เลยนำเอาคำตอบของคำถามที่หลาย ๆ คนสงสัยกับเรื่องที่ว่า สมองดีทําอย่างไร? มาบอกกันค่ะ การมีสมองที่ดีไม่ใช่เรื่องยุ่งอยากและไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอะไรเลย วันนี้ 5 วิธีช่วยให้สมองดีของเราในวันนี้จะมาเป็นตัวช่วยที่จะมาล็อคความแข็งแกร่งของสมองให้อยู่คู่กับคุณไปตลอด และเพื่อการมีประสิทธิภาพที่ดีในการทำงานของสมอง ว่าแล้วใครมีคำถาม สมองดีทําอย่างไร? เราก็ไปทำตามเคล็ดลับดี ๆ กับ 5 วิธีช่วยให้สมองดีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ดีกว่านะค่ะ ถ้าพร้อมเราก็ไปฝึกพัฒนาการของสมองที่ดีกันเลยดีกว่าค่ะ

1. ใช้หน่วยความจำให้บ่อย   เริ่มจากจำเส้นทางเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อน ๆ หรือญาติ แทนการเปิดหาจากสมุด รวมถึงเรียนรู้คำศัพท์ภาษาต่างประเทศทุกสัปดาห์ จากนั้นลองท่องในสิ่งที่จำนั้นออกมาเท่านี้ก็สามารถประเมินศักยภาพสมองได้ในเบื้องต้น

2. สนทนาและหมั่นคิดวิเคราะห์     เนื่องจากการพูดคุยและร่วมแสดงความเห็นในประเด็นต่าง ๆ จะกระตุ้นกระบวนการคิด นอกจากนั้นการอ่านหนังสือพิมพ์ติดตามข่าวสารหรือดูรายการที่ให้ความรู้แล้ววิเคราะห์ตามก็จัดเป็นอาหารดีสำหรับสมองเช่นกัน

3. ลับสมองด้วยงานอดิเรกและปริศนาปัญหา   อย่างในวันว่างกับงานศิลปะ เช่น วาดภาพ วาดการ์ตูน ออกแบบเสื้อผ้า นอกจากกระตุ้นการฝึกคิดแล้วยังช่วยพัฒนาอารมณ์ด้วย รวมถึงปัญหาต่าง ๆ ระหว่างวัน เพียงคิดบวก พยายามแก้ไขหาทางออกก็ถือเป็นความท้าทายของสมองรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นไม่ต้องกลัวปัญหา

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ   นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ในต่างประเทศพบว่า การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นให้สารเอ็นดอร์ฟินในสมองถูกปล่อย ทำให้สดชื่น ลดเครียด พร้อมเริ่มต้นเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. พักผ่อนให้พอเหมาะ   โดยไม่นอนน้อย หรือมากจนเกินไป นอกจากนี้ การทำสมาธิ ยังเปรียบเหมือนยาชูกำลัง และยารักษาโรคที่ดีสำหรับจิตใจด้วย ทั้งยังส่งผลต่อสมองพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่

ทำอย่างไรให้สุขภาพแข็งแรง...กับผักผลไม้ล้างพิษ



         มักมีคนกล่าวไว้ว่าอาหารเป็นยาที่วิเศษสุดหากได้ทราบว่าอาหารประเภทใดสามารถช่วยล้างพิษได้ คุณอาจจะต้องประหลาดใจเพราะอาหารเหล่านั้นอาจเป็นอาหารโปรดที่เรากินกันเป็นปกติอยู่แล้ว บางอย่างก็หาได้ง่าย แถมราคาไม่แพงด้วย อาหารเหล่านี้ช่วยล้างพิษให้ แก่อวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น ตับ ลำไส้ ไต ผิวหนัง ช่วยป้องกันการจับตัวของสารพิษ รวมถึงช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งสารพิษต่างๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกาย อาจมาจากควันพิษในอากาศ สารเจือปนในอาหาร เช่น สีผสมอาหาร สารกันเสีย ยาฆ่าแมลง ปรุงรส เป็นต้น คราวนี้ลองมาดูกันว่าอาหารชนิดใดสามารถช่วยล้างพิษให้คุณได้บ้าง

      
                    

1. กล้วย มีคุณสมบัติในการบำรุงและสร้างความแข็งแรง แก่กระเพาะอาหาร ในขณะเดียวกันก็ให้เกลือแร่ที่จำเป็นแก่ร่างกาย เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมช่วยควบคุมระดับของเหลวในร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกิออกจากร่างกายโดยช่วยขับของเปลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายได้ดีขึ้น การกินกล้วยเป็นประจำยังช่วยป้องกันท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติอีกด้วย

2. อัลมอนด์    เป็น ถั่วที่มีใยอาหารสูง มีแคลเซียมและโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย แม้จะมีไขมัน แต่ก็เป็นไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกาย ในระหว่างที่เราทำการล้างพิษจึง ควรกินอัลมอนด์ นอกจากนี้อัลมอนด์ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็จะเกิดอาการไฮเปอร์ไกลซีเมีย ( Hyperglycemia ) ทำให้รู้สึกหิวน้ำมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และหากน้ำตาลในเลือดต่ำที่เรียกว่า ไฮโปไกลซีเมีย( Hypoglycemia ) จะทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ไม่มีแรง คิดอะไรไม่ออก

3. แอปเปิล  ประกอบไปด้วยเพกตินสูง เพกตินเป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่ง ที่ช่วยจับคอเลสเตอรอล และโลหะหนักในร่างกายที่ปะปนมากับอาหาร เช่น ปรอท ตะกั่ว ซึ่งทำลายเซลล์สมอง นี่คือเหตุผลที่เราควรจะกินแอปเบิลเพื่อล้างสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีคุณประโยชน์ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส จากการศึกษาทดลอง ยังพบว่าแอปเปิลช่วยขับสารเคมี ที่ปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก และทำให้เกิดไมเกรนในผู้ใหญ่ได้

4. ตำลึง   ผักใบเขียวที่ขึ้นข้างรั้ว หาง่าย และราคาไม่แพงนี้ ในสมัยก่อนเรามักนำมาทำแกงจืดตำลึงโดยใสเนื้อสัตว์น้อยๆ แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าแกงจืดตำลึงจะมีตำลึงอยู่ไม่กี่ใบ และมีหมูสับเต็มไปหมด ซึ่งตำลึงมีคุณสมบัติ ช่วยผลิตน้ำดีที่จ ะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกาย ได้ดีขึ้น นอกจากนี้สารที่มีอยู่ในตำลึง ยังช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายด้วย

5. อะโวคาโด   อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ปัจจุบันเราก็สามารถหาซื้ออะโวคาโดได้ จากตลาดทั่วไป ในอะโวคาโดมีสารกลูตาไทโอน( Glutathione ) ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทั้งช่วยจับสารพิษที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ตับ กำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนัก ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ( University of Michigan ) พบว่าผู้สูงอายุซึ่งกินอาหาร ที่มีสารกลูตาไทโอนสูง จะมีสุขภาพดีกว่าคนที่ไม่ ได้กิน และมีอัตราการเกิดโรคหัวใจ น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์





รู้เท่าทันสุขภาพกับมะเร็ง 14 ชนิด


               วันนี้ รู้เท่าทันสุขภาพ  ขอพูดถึงเรื่อง โรคมะเร็ง  ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น  ดังนั้นเราควรรู้ถึงอาการเบื้องต้นการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อป้องกันไว้ก่อนที่จะสายเกินไป.
1.        มะเร็งปากมดลูก
อาการจะมีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบประจำเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์  หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น  การตรวจโดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรรศน์จะรู้ได้
2.        มะเร็งในมดลูก
อาการจะมีเลือดออกหลังจากการมีเพศสัมพันธ์  หรือบางครั้งมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง
3.        มะเร็งรังไข่
อาการจะมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ  หรือมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์  มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้  มีอาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย  น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง
4.        มะเร็งในเม็ดเลือด  (ลูคีเมีย)
อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติ  มักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว  หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ  และมักจะเกิดร่วมกับอาการปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย  บางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง