รู้เท่าทันสุขภาพกับภัยที่มากับอาหารกระป๋อง...

                      อาหารกระป๋อง เป็นอาหารที่บรรจุกระป๋องภายใต้สูญญากาศ หรือมีการไล่อากาศออกก่อนปิดฝา จากนั้นจึงนำไปฆ่าเชื้อในหม้อนึ่งความดันสูง จุลินทรีย์ต่าง ๆ จะถูกทำลายหมด อาหารกระป๋องจึงเก็บไว้ได้เป็นเวลานาน ... แม้จะทิ้งไว้หลาย ๆ ปี แต่การเก็บอาหารกระป๋องไว้นานถึงแม้อาหารนั้นจะไม่เสียเพราะจุลินทรีย์ แต่สภาพของอาหารในกระป๋องก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจนไม่เหมาะที่จะนำมารับประทาน


                 การเลือกซื้ออาหารกระป๋อง ควรเลือกซื้ออาหารกระป๋องของผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ ลักษณะกระป๋องต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่บุบ บวม รั่วซึม อย่าซื้ออาหารกระป๋องที่ฉลากไม่ถูกต้อง ไม่มีวันที่ผลิต หรือวันหมดอายุ ไม่มีฉลากภาษาไทยแสดงชื่อประเภทอาหาร ส่วนประกอบ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต เป็นต้น หากซื้ออาหารกระป๋องเพียงเพราะราคาถูก อาจจะได้รับอันตรายจากอาหารกระป๋องที่ผลิตขึ้นโดยไม่ถูกสุขลักษณะได้ โดยเฉพาะอาหารกระป๋องที่มีสภาพความเป็นกรดต่ำ เช่น พวกเนื้อสัตว์ อาหารทะเลย เป็นต้น อาจมีบักเตรี พวกคลอสตริเดียม โบตูลินัม(Clostridium botulinum) ซึ่งจะสร้างสารพิษที่มีผลต่อระบบประสาท ทำให้มีอาการกลืนอาหารลำบาก ม่านตาขยาย หัวใจเต้นเร็ว ระบบหายใจเป็นอัมพาตถึงเสียชีวิตได้

                  อาหารกระป๋องที่ซื้อมา เมื่อเปิดฝาแล้วควรสังเกตลักษณะภายในด้วยว่ามีกลิ่น สี หรือลักษณะของอาหารผิดปกติหรือไม่ ถ้าเป็นพวกอาหารคาวควรถ่ายใส่ภาชนะหุงต้มแล้วอุ่นให้เดือดสัก 15 นาที ก่อนนำมารับประทาน สำหรับอาหารกระป๋องอื่น ๆ เมื่อเปิดแล้วหากกินไม่หมดไม่ควรเก็บไว้ในกระป๋อง ควรถ่ายใส่ไว้ในภาชนะที่เป็นแก้ว หรือกระเบื้องเคลือบมีฝาปิด และเก็บไว้ในตู้เย็น

รู้เท่าทันสุขภาพ กับภัยร้ายจากน้ำมันทอดซ้ำ...


               น้ำมัน เปรียบเสมือนตัวนำความร้อน และถ้ารับความร้อนหรือถูกใช้งานเป็นเวลานาน รวมถึง ความชื้น แสงแดด หรือแม้กระทั่งเครื่องปรุงรสในอาหารที่นำมาทอด จะทำให้น้ำมันเกิดปฏิกิริยาเคมีของไขมัน ทำให้น้ำมันมี สีดำขึ้น มีกลิ่นเหม็นหืน มีความเหนียวหนืดมากขึ้น เกิดควันได้ง่าย และทำให้คุณค่าทางอาหารลดลง ที่สำคัญจะเกิดอนุมูลอิสระมากขึ้น เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ง่ายค่ะ ส่วนไอระเหยจากน้ำมันนั้น ถ้าสูดดมเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอด เนื้องอกในตับและปอด รวมถึงก่อให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวอีกด้วย แต่ถ้าเลี่ยงอาหารทอดไม่ได้จริงๆ เพราะใจมันชอบ!! ให้ลองปฏิบัติตามข้อแนะนำดังนี้นะคะ

                สำหรับสาวๆ ที่ทำอาหารกินเอง ไม่ควรใช้น้ำมันเกิน 2 ครั้ง แต่หากจำเป็นต้องใช้ซ้ำ ให้เทน้ำมันเก่าออกหนึ่งในสาม แล้วเติมน้ำมันใหม่ลงไปแทนค่ะ  ที่สำคัญไม่ควรทอดอาหารไฟแรงเกิน 160-180 องศาเซลเซียส และพยายามซับน้ำมันส่วนเกินบริเวณผิวหน้าอาหารดิบก่อนนำมาทอด หมั่นสังเกตน้ำมันถ้าเหม็นหืน เหนียวข้น มีฟองมาก เหม็นไหม้ และเริ่มมีควัน ให้เปลี่ยนน้ำมันทันทีค่ะ ปิดแก๊สทันทีหลังทอดเสร็จหรือเบาไฟลงหากจะพักช่วงการทอด เพื่อชะลอการเสื่อมสลายของน้ำมัน และหลีกเลี่ยงการใช้กระทะเหล็ก ทองแดง ทองเหลือง  พยายามเก็บน้ำมันที่ใช้แล้วไว้ในที่เย็น ไม่โดนแสงสว่าง ในภาชนะสแตนเลสหรือแก้วปิดสนิทค่ะ สำหรับน้ำมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจริงๆ ขอแนะนำ น้ำมันถั่วเหลืองเลยค่ะ เพราะเหมาะแก่ทำอาหารแทบทุกประเภท รวมถึงอาหารทอดด้วย เพราะมีจุดเดือดค่อนข้างสูง  อีกทั้งยังเป็นแหล่งของกรดไขมันจำเป็นมากมาย ที่ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ และยังช่วยเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลดี จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดตีบได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

รู้เท่าทันสุขภาพกับตัวอย่างค่ารักษาพยาบาล....

         ในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวในโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น  ดังนั้นเราควรให้มาดูแลสุขภาพของตัวเองและคนที่คุณรัก และคนที่รักคุณให้มากขึ้น เพื่อห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ และมีสุขภาพที่ดีและยาวนานต่อไป...


ทำอย่างไรให้สุขภาพแข็งแรง...ระวังเชื้อโรค


ยำปลาทูใบชะพูล..อาหารเพื่อสุขภาพ

ส่วนผสม



ปลาทูนึ่ง 1 ตัว


หอมแดงซอย 3 หัว


ใบชะพลูซอยเป็นเส้นๆ 5 ใบ


น้ำตาล น้ำปลา มะนาว พริก (ปริมาณตามแต่ความพอใจ)


มะพร้าวคั่ว และ ถั่วคั่วป่น (ไว้สำหรับโรยหน้า)



วิธีทำ

-
นำปลาทูนึ่งไปทอดให้พอเหลือง จากนั้นก็นำมาแกะก้างออกให้หมดและหั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ เสร็จแล้วพักทิ้งไว้
-
ทำน้ำยำ โดยนำพริก มะนาว น้ำปลา และน้ำตาล มาคลุกเคล้ารวมกัน (ปรุงรสตามความพอใจ) แล้วก็ใส่หอมแดง กับใบชะพลูลงไป พร้อมกับใส่ปลาทูที่เตรียมไว้แล้ว ลงไปคลุกเล้าให้เข้ากับน้ำยำอีกทีเป็นอันว่าเสร็จ
-
ตักใส่จาน แล้วก็โรยหน้าด้วยมะพร้าวคั่ว และถั่วคั่วป่นอีกที


อาหารเพื่อสุขภาพ..ยำใบบัวบกผสมปลาทูน่า...



ส่วนผสม......


ใบบัวบก 1 ถ้วยตวง


ปลาทูน่าในน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน 1 กระป๋อง


หอมแดง 5 หัว


พริกขี้หนูสวน 7-8 เม็ด


กระเทียม 5-7 กลีบ


ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ


มะนาว 1-2 ผล


เมล็ดทานตะวัน หรือเมล็ดฟักทองอบ 1 ช้อนโต๊ะ


มะเขือเทศ 1 ผล


วิธีทำ......

-
คลุกเคล้าใบบัวบก ปลาทูน่า (ตักเอาเฉพาะเนื้อปลา) พริกขี้หนูสวนหั่น และหอมแดงซอยบางๆ เข้าด้วยกัน แล้วปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว
-
ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยเมล็ดฟักทองหรือเมล็ดทานตะวันอบ กระเทียมหั่นบาง และมะเขือเทศหั่นลูกเต๋า พร้อมเสิร์ฟ


อาหารเพื่อสุขภาพ...ยำตำลึงทะเล....




.....ส่วนผสม.....





ใบตำลึงอ่อน 2 ถ้วยตวง



หมูสับ 1/2 ถ้วยตวง



ปลาหมึกลวก 1/4 ถ้วยตวง



กุ้งลวก 1/4 ถ้วยตวง



หอยแมลงภู่ต้มสุกแกะเนื้อ 1/4 ถ้วยตวง



กระเทียม 5-6 กลีบ



พริกขี้หนูแดง 5 เม็ด พริกขี้หนูสวน 3-4 เม็ด



น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทรายนิดหน่อย หอมแดงซอย



น้ำมันพืช 1 ช้อนชา



วิธีทำ

-
โขลกกระเทียมพริกแดง พริกขี้หนูสวน ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำมะนาว น้ำตาล ชิมให้รสจัดเป็น
น้ำยำ
-
กระทะตั้งไฟใส่น้ำมันใช้ไฟแรงใส่ใบตำลึงลงผัดตักขึ้นใส่จาน
-
ผสม หมู กุ้ง ปลาหมึกหอยแมลงภู่ หอมซอยเคล้ากับน้ำยำ ราดลงบนตำลึงที่เตรียมไว้

อาหารเพื่อสุขภาพกับเมนู...ยำส้มโอข้าวทอด...



ส่วนผสม....


เนื้อส้มโอ 100 กรัม
ข้าวกล้องแดงหุงสุก 10กรัม
น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
กุ้งต้มผ่าหลัง 4 ตัว
ถั่วลิสงคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูซอย 3 เม็ด
ใบมะกรูดซอย 3-4 ใบ
น้ำมันพืชสำหรับทอด 1/2 ขวดใหญ่

วิธีทำ

นำข้าวกล้องแดงที่หุงสุกไปทอดในน้ำมันท่วมด้วยไฟปานกลาง เมื่อสุกแล้วตักขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
ผสมน้ำพริกเผา น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลาคนให้เข้ากันในภาชนะ
จากนั้นใส่กุ้งต้ม ส้มโอ ถั่วลิสงคั่วป่น พริกขี้หนูซอย และใบมะกรูดคลุกให้เข้ากันแค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟได้แล้วค่ะ....




เมนูอาหารเพื่อสุขภาพกับไก่ผัดเผ็ด...


       เครื่องปรุงต่าง ๆ

เนื้อไก่        442 กรัม
กระชาย 6 กรัม
พริกไทย 2 กรัม
ข่า 12 กรัม
ตะไคร้ 20 กรัม
หอมแดง 28 กรัม
เกลือ4 กรัม
กระเทียม 44 กรัม
กะปิ6 กรัม
รากผักชี 2 กรัม
น้ำเปล่า536 กรัม
น้ำมัน10 กรัม
น้ำปลา17 กรัม
น้ำตาลปี๊บ14 กรัม
โหระพา10 กรัม
         
วิธีทำ

                      เริ่มต้นจากการหั่นเนื้อไก่ เตรียมไว้  โขลกเครื่องแกง มีกระชาย พริกชี้ฟ้า พริกไทย ผิวมะกรูด ข่า ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม เกลือ รากผักชี กะปิ จนละเอียด   นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันพืช เอาเครื่องแกงลงผัดจนหอม  ใส่เนื้อไก่ลง ผัดจนเนื้อไก่สุก เติมน้ำลงพอท่วม เคี่ยวไฟอ่อน ๆ งวดลง  ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ โรยหน้าด้วยกระชายหั่นฝอย พริกไทยอ่อน โหระพา

มื้ออาหารเพื่อสุขภาพสมอง

อาหารเพื่อสุขภาพเพื่อช่วยเรื่องความจำ...


                               อาหารเพื่อสุขภาพในการบำรุงสมองจำเป็นอย่างมากช่วงตอนสอบแต่จะคิดแค่จะกินอาหารบำรุงสมองช่วงตอนสอบแต่เพียงอย่างเดียวนะค่ะ วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีอาหารบำรุงสมอง "ช่วยความจำ" มาฝากกันด้วย แม้ว่าจะมีข่าวที่ว่า เด็กไทย IQ ต่ำ บ้างอะไรบ้าง แต่ต่อไปนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นกันอีกแล้วค่ะ เพราว่าเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีอาหารบำรุงสมอง "ช่วยความจำ" มาอยู่ตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณกันแล้วค่ะ อาหารบำรุงสมอง เหล่านี้นอกจากช่วยเรื่องความจำและ IQ แล้ว อาหารบำรุงสมอง เหล่านี้ยังมีคุณประโยชน์มากมายที่จะช่วยเรื่องสุขภาพร่างกายของคุณอีกด้วยค่ะ นั้นเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่า อาหารบำรุงสมอง "ช่วยความจำ" ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำมาฝากกันในวันนี้มี อาหารเพื่อสุขภาพในการบำรุงสมองอะไรกันบ้าง
  
20 อาหารบำรุงสมอง "ช่วยความจำ"

1. บลูเบอร์รี่
ลูกเบอร์รี่ต่างๆ คือหนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เรา และบลูเบอร์รี่ก็ดีต่อสมองมากๆ เนื่องจากมีใยอาหารสูงแต่ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ หมายความว่า ผู้ป่วยเบาหวานก็กินได้โดยที่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเฉียบพลัน เคยมีการศึกษามากมายที่ชี้ว่า มันจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ ช่วยให้เราเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น สิ่งที่ต้องระวังก็คือให้เลี่ยงบลูเบอร์รี่เชื่อมหรืออบแห่งเท่านั้นล่ะค่ะ


2. แซลมอนธรรมชาติ
กรดไขมันจำเป็นโอเมก้า-3 เป็นสิ่งที่สำคัญต่อสมองมาก ไขมันที่มีประโยชน์นี้มีความเกี่ยวพันกับสติปัญญา ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ชะลอความเสื่อมถอยของระบบประสาทส่วนกลาง พัฒนาความจำ ทำให้อารมณ์ดี และลดโอกาสเกิดโรคซึมเศร้า หรือโรคสมาธิสั้น แต่ถ้ามีโอกาสก็ให้เลือกแซลมอนตามธรรมชาติดีกว่าแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงนะค่ะ

3. ทับทิม
คนรักทับทิมควรจะกินจากผลสดๆ มากกว่าดื่มน้ำคั้นเพราะจะได้ใยอาหารด้วย ทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นเดียวกับบลูเบอร์รี่ ซึ่งจำเป็นมากๆ สำหรับสุขภาพของสมอง เพราะสมองคืออวัยวะแรกๆ ที่จะได้รับผลกระทบจากความเครียด ดังนั้น สิ่งใดก็ตามที่ช่วยระงับความเครียดได้จะดีต่อสมองเช่นกันนะค่ะ

7 อาหารเพื่อสุขภาพในการบำรุงสมอง...


รู้เท่าทันสุขภาพกับอาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับคนท้อง..


                       การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพระหว่างการตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของอาหาร ที่ควรหลีกเลี่ยงและอาหารที่ควรรับประทาน อาหารบางชนิดอาจทำอันตรายต่อลูกน้อยและทำให้คุณแม่ป่วย  ดังนั้น  ความปลอดภัยของอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ โดยคุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงอาหารดังต่อไปนี้โดยเด็ดขาด

1.ไข่ดิบหรือไข่ที่ปรุงไม่สุกหรืออาหารที่ทำจากไข่เหล่านั้น โดยไข่ที่ทานได้ ควรผ่านการปรุงให้สุก ไม่ควรอยู่ในสภาพที่เป็นของเหลว

2.เนื้อหรือปลาที่ปรุงไม่สุก หรือเกือบดิบ โดยเนื้อที่ทานได้ต้องไม่มีสีชมพูเหลืออยู่

3.ปลาหรือเนื้อที่เสิร์ฟดิบๆ เช่น ซูชิ สเต็กบางชนิด ปลาแซลมอนรมควัน หอยนางรม

3.นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อและ เนยแข็ง

อาหารเพื่อสุขภาพกับ 10 เมนูเพื่อสุขภาพฟันที่ดี...


                       อาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพฟันของคุณ มีอะไรบ้าง มาอ่านกันเลยค่ะ....

    1.
ชาเขียว
     
ชาเขียวเป็นอีกเครื่องดื่มหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ถ้าจะให้ดีควรเลือกดื่มชาเขียวที่ไม่มีน้ำตาลเท่านั้น เพราะในชาเขียวจะมีสารคาเทซินที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากและขจัดคราบหินปูนได้อีกทั้งชาเขียวยังช่วยลดกลิ่นปากได้อีกด้วย

    2.
ขึ้นฉ่าย
     
อาหารกลิ่นฉุน ๆ แบบนี้ ใครจะรู้ว่าเป็นอาหารเพื่อฟันสวย ที่สามารถช่วยป้องกันฟันผุได้ถึงสองทางเลยทีเดียว คือ ช่วยเร่งให้ร่างกายผลิตน้ำลายมากขึ้นเพื่อช่วยลดแบคทีเรียในช่องปาก สองคือ ผักที่มีความกรอบจะช่วยนวดเหงือก ลดอาการเหงือกอักเสบ แถมยังทำความสะอาดตามช่องฟันอีกด้วย

    3.
ชีส
     
ชีสอาจจะดูเป็นเมนูอ้วนสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าชีสจะช่วยเร่งการผลิตน้ำลายเพื่อช่วยป้องกันฟันผุ โดยในชีสชนิดไฮแคลเซียมอุดมไปด้วยฟอสเฟต ที่ช่วยสร้างค่า pH ในปาก รวมทั้งสร้างสารเคลือบฟันด้วย

อาหารเพื่อสุขภาพกับ น้ำฟักข้าว

                                                     เครื่องดื่มสุขภาพ น้ำฟักข้าว ต้านมะเร็ง


                       ในประเทศไทย ได้มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลเกี่ยวกับสรรพคุณของเมล็ดฟักข้าว พบโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี - เอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็ง
และได้ทำการจดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว ในงานวิจัยอื่นของไทยและต่างประเทศพบว่า เมล็ดแก่ของฟักข้าวมีโปรตีน มอร์มอโคลซิน-เอส และโคลซินิน-บี มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของไรโบโซมซึ่งเป็นแหล่งผลิตกรดอะมิโน และต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิดในหลอดทดลอง ซึ่งอาจนำไปใช้พัฒนาเภสัชภัณฑ์ได้ในวันข้างหน้า

ประโยชน์ของน้ำฟักข้าว
ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
ป้องกันการติดเชื้อ
ป้องกันการเกิดสารก่อมะเร็ง
ลดความเสี่ยงของโรคโลหิตจาง
ป้องกันและรักษาตับอักเสบ
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ
ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
เพื่อป้องกันและบรรเทาการขาดวิตามิน สารอาหารต่างๆ ในเด็กและผู้ใหญ่
ชะลอความแก่ ป้องกันผิวหนังแห้ง บำรุงผิวพรรณ
ช่วยให้อัตราการเผาผลาญพลังงานสม่ำเสมอการดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น
ช่วยกระตุ้นพัฒนาการและการเติบโตของเด็กให้แข็งแรง
ช่วยป้องกันและรักษาการติดเชื้อในการฉายรังสี
ช่วยป้องกันการได้รับสารพิษในผัก ผลไม้ต่างๆ
ช่วยปรับสภาพร่างกายให้ฟื้นฟูโดยเร็ว

วิธีการทำน้ำฟักข้าว
1.นำผลฟักข้าวสุกมาผ่าครึ่ง คว้านเอาเมล็ดสีแดงออก
2.นำเมล็ดฟักข้าวใส่ในภาชนะทรงกระบอก เติมน้ำต้มสุก 2 ถ้วย ตีด้วยตะกร้อตีไข่หรือซ้อม ให้เยื่อหุ้มเมล็ด
3.หลุดออกจากเมล็ด  (ระวังอย่าให้เมล็ดแตก) กรอกเอาแต่น้ำสีแดง
4.เติมน้ำต้มสุกอีก 1 ถ้วย ตีจนเยื่อหุ่มเมล็ดหลุดออกมาจนหมดและน้ำที่ได้ใสขึ้น
5.นำน้ำฟักข้าวไปผสมกับน้ำผลไม้กลิ่นแรง เช่น เสาวรส สับปะรด ฝรั่ง เพิ่มเพื่อรสชาติ เนื่องจากน้ำฟักข้าวอาจ6.รับประทานยากกว่าน้ำผลไม้ทั่วไปที่มีรสหวานหรือเปรี้ยวอมหวาน การนำไปผสมกับน้ำผลไม้จะช่วย
7.รับประทานได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้คุณค่าสารอาหารเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก  dip.go.th